Chiangmai,Thailand

gimme shelter

Architects: Housescape Design Lab 

Area: 200

Year: 2021 - 2022

Lead Architects: Peerapong Promchart

Landscape: Housescape Design Lab

Maker Team: C.Wiruj, C.Tuy, C.Cha, C.Funh, C.Lung Boon, C.Too

Assistant Maker and Experimental Team:  Pair Thiprada, Lac Soyjin

Clients: Housescape Design Lab

Structural Engineer: Kriangsak Mutnanchai

Sanitary Engineer: -

Text and review : Patcharada Inplang

Photographs : Rungkit Charoenwat

Gimme Shelter

“We convinced that real architecture will leaves indelible trace in our minds by only elementary architectural action.”

 

Today, architectural design for commercial spaces is expected and driven to try to communicate visually with users, or as a tool to attract people to spaces through visualization, photography, and social statement inevitably. In particular, restaurant and café type programs that often borrow the other language of architecture to attract customers. But as a design worker in Chiang Mai, A city in which such businesses are driven by an architecture that requires instragramable, Is it necessary to question the situation through the design work? at least in order not to overlook the true essence of our profession.

 

The gimme shelter is a commercial area that consists of a cafe, restaurant, office and workshop area. that replaced the old warehouse in the parking lot of the Chiang Mai Rattanakosin Hotel To become a multi-function area, architect initially wanted a warehouse area in the city with criteria of car park and began to develop more space utilization when exploring and renovating the building. The main program is ranked first by cafes and restaurants. The design office, workshop and garden are hidden in a back space between surrounding building. Mentality of renovated using the language of the original warehouse combined with simply plane for separating the space and bringing in light into the building. It uses industrial materials that are commonly available but are adapted to the atmosphere. We will find that the surplus is not borrowed from anything other than the essence of the original area's solution. It is a method for improving the building that has been chosen to collect traces from things that are fit.

 

In addition to the issue of architectural language that architect intended to make the area open and wide. and to solve the original problem of the building, there is also the insertion of a Hidden Program that people in various groups will become “Space users” are not the only “customers”. The bar area is open to prepare meals. In order to see the activities of the food from the kitchen to the customers with the intention of making the restaurant an open space People are able to talk and have an equal level of interaction both at the dining table and with the restaurant staff. It's the design language that was intentionally inserted into this restaurant space. And there is also a small discussion area. that draws conversations throughout the design urban development, social and political dimension that welcomes both the general public and students can come and talk without referring to the chronological and formal academic discussions. These activities are interspersed in the mahogany orchards separated by the space behind the shop. without separating the users of the area

After practicing the profession for a while, we convinced that real architecture will leaves indelible trace in our minds by only elementary architectural action. It also drives the train of thought between architectural expression. And if we can expect more, we hope that our city will have an architecture that is related to the memories of diverse people. as an architect Is it possible to design a commercial space that opens the door to receive an equal number of people? Create social overlapping dimensions. and leave some traces of memory in the quality of small, person-to-person conversations.

 

ในปัจจุบัน การออกแบบสถาปัตยกรรมถูกคาดหวังและถูกผลักให้พยายามสื่อสารกับผู้ใช้งานในเชิง ภาพลักษณ์ หรือมองเป็นเครื่องมือซึ่งใช้ดึงดูดให้คนเข้ามายังพื้นที่ผ่านการมองเห็น การภ่ายภาพ และการสร้าง visual อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมประเภทร้านอาหารและคาเฟ่ที่ใช้ภาษาของงานสถาปัตยกรรมเพื่อดึงดูดลูกค้า  ในฐานะคนทำงานออกแบบในเชียงใหม่ เมืองซึ่งธุรกิจประเภทดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรมที่ต้องมีความ instragramnable จำเป็นหรือไม่ที่ต้องตั้งคำถามผ่านผลงานการออกแบบถึงสถานการณ์ดังกล่าว  อย่างน้อยเพื่อที่จะไม่มองข้ามสาระที่แท้จริงของวิชาชีพตนเองไป


gimme shelter เป็นพื้นที่ commercial ที่ประกอบด้วยทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร สำนักงานและพื้นที่เวิคชอป ที่เปลี่ยนเอาโกดังเก็บสินค้าเก่าบริเวณลานจอดรถโรงแรมรัตนโกสินทร์ ให้กลายเป็นพื้นที่ multi- function โปรแกรมหลักเรียงลำดับจากคาเฟ่และร้านอาหารเป็นอันดับแรก ส่วนสำนักงานออกแบบ,พื้นที่เวิคชอปและสวนถูกซ่อนไว้ในรูปแบบพื้นที่ว่างด้านหลังระหว่างอาคาร  โดยถูกปรับปรุงโดยเลือกใช้ภาษาของโกดังเดิมที่มีผนวกเข้ากับการกั้นพื้นที่และการนำแสงสว่างเข้าสู่อาคาร ใช้วัสดุอุตสาหกรรมที่หาได้ทั่วไปแต่นำมาปรับแต่งให้เข้ากับสภาพบรรยากาศ เคารพร่องรอยของกระบวนการก่อสร้างและจัดการในแบบที่ไม่ไปเกลี่ยให้ของใหม่เรียบจนเกินไป เราจะพบว่าไม่ได้มีการหยิบยืมเอาส่วนเกินจากสิ่งอื่นนอกเหนือจากสาระสำคัญของการแก้ปัญหาของพื้นที่เดิมมาใช้ เป็นแนวทางการปรับปรุงอาคารที่เลือกเก็บเลือกใช้ร่องรอยจากสิ่งที่มีแต่พอดี

นอกจากประเด็นเรื่องภาษาทางสถาปัตยกรรมที่ ผู้ออกแบบตั้งใจทำให้พื้นที่โล่งกว้าง และแก้ไขปัญหาเดิมของตัวอาคารยังมีการแทรก Hidden Program ที่คนในหลากหลายกลุ่มจะกลายเป็น “ผู้ใช้งานพื้นที่” ไม่ใช่ “ลูกค้า” แต่เพียงกลุ่มเดียว  พื้นที่บาร์เตรียมอาหารเปิดโล่ง เพื่อให้เห็นกิจกรรมการออกอาหารจากในครัวถึงลูกค้า โดยตั้งใจให้ร้านอาหารเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่ง คนสามารถพูดคุยและมีระดับในการปฏิสัมพันธ์กันทั้งในโต๊ะอาหารและกับสตาฟร้านอาหารได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นภาษาการออกแบบที่ถูกตั้งใจแทรกเข้ามาในพื้นที่ร้านอาหารแห่งนี้  และยังมีการจัดพื้นที่เสวนาวงเล็ก ที่ดึงเอาบทสนทนาทั้งการออกแบบ การพัฒนาเมือง และสังคมการเมือง ที่ต้อนรับทั้งบุคคลคนทั่วไป และนักศึกษาสามารถเข้ามาพูดคุยโดยไม่อ้างอิงการเสวนาเชิงวิชาการที่มีลำดับและมีพิธีการตามขนบ กิจกรรมเหล่านี้แทรกอยู่ตามพื้นที่สวนมะฮอกกานีที่คั่นอยู่ในพื้นที่หลังร้าน โดยไม่แบ่งแยกผู้ใช้งานพื้นที่  
 

หลังจากปฏิบัติวิชาชีพมาสักระยะ เรามีความเชื่อว่า สถาปัตยกรรมที่มีคุณภาพนั้นนอกจากจะตอบสนองการใช้งานที่ดี ยังจำเป็นต้องขับเคลื่อนความคิดของคนที่ได้ใช้งานอีกด้วย สถาปัตยกรรมแบบนั้นอาจจะไม่ใช้งานฉูดฉาด กลับกันบางครั้งใช้แต่เพียงองค์ประกอบพื้นฐานเพื่อแสดงเจตจำนงค์ของพื้นที่ให้เปล่งประกายออกมา

และหากเราอยากจะคาดหวังมากกว่านั้น  เราหวังว่าเมืองของเราจะมีสถาปัตยกรรมที่ที่ยึดโยงกับความทรงจำของผู้คนที่หลากหลาย  ในฐานะนักออกแบบ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกแบบพื้นที่ commercial ที่มีความสาธารณะมากพอที่จะเปิดประตูต้องรับคนอย่างหลากหลายเท่าเทียม สร้างมิติซ้อนทับทางสังคม และฝากร่องรอยความทรงจำบางอย่างไว้ในบทสนทนาเล็กๆที่มีคุณภาพระหว่างคนสู่คนจริงๆ